ปัจจุบันกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน
ได้เปลี่ยนที่อยู่ website ไปเป็น
www.KammatanClub.com
โดยเป็นเว็บไซร์ร่วมระหว่าง ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.รามคำแหง
กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน พ.ศ. 2549 โดยเป็นกลุ่มอิสระภายใต้การรวมตัวกันของกลุ่ม นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เคารพและศรัทธา ในพระธุดงคกรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งโดยก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มี ชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี ซึ่งเป็นชมรมพุทธหลักของมหาวิทยาลัย ที่เป็นสายของ พระธรรมกาย เดิมอยู่แล้ว และมหาวิทยาลัยไม่สนับสนุนให้มีการก่อตั้งชมรมซ้ำซ้อนทำให้กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน จึงเป็นกลุ่มอิสระเท่านั้น

ก้าวกระโดดปีการศึกษา 2552
ปัจจุบันนี้ชมรมก็มีสมาชิกมาทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่าย และทางชมรมก็ได้มีพัฒนาการอย่างมากในปีการศึกษา 2552 และทางชมรมก็ได้มีการร่วมมือในการจัดกิจกรรม ฟังธรรม นั่งสมาธิ เดือนละครั้ง โดยนิมนต์ พ่อแม่ครูอาจารย์สายพระกรรมฐานจากทั่งประเทศ มาแสดงธรรม ณ หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่ง เป็นความร่วมมือกันอีกครั้งกับ รศ.ดร.สมดี หงส์ไพศาลวิวัฒน์ และทางคณะกรรมการชมรมปีการศึกษา 2552 ได้มีความคิดว่าชมรมได้ก่อตั้งมาก็หลายปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีค่ายที่ออกไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่เลย ดังนั้นจึงเกิดค่ายสมาธินอกสถานที่เป็นครั้งแรก ในปีการศึกษา 2552 หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งชมรมมา ชื่อว่าค่าย “ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู” ณ วัดป่ากกสะทอน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี และที่ วัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย โดยมีหลวงปู่ณรงค์ อาจาโร เมตตาเป็นพระอบรมสอน โดยเป็นการถือศีล 8 ทานอาหารมื้อเดียว เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นโครงการดังกล่าวนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการเกิดมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และมีความสนใจที่จะอุปสมบทเพื่อศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจัง ทำให้คณะทำงานได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2552 เช่นกัน หลักจากมีการก่อตั้งกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐานมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11 คน โดยบวชพระ 9 รูป บวชสามเณร 2 รูป โดยทำการบรรพชาอุปสมบท ณ วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี พระราชวราลังการ (สิงห์ อินทฺปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เมตตามาเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับประทานผ้าไตรจีวร และเครื่องอัฐบริขาร จากสมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งเป็นที่ทราบซึ้งแก่คณะทำงานอย่างยิ่ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบรรพชาอุปสมบทแล้ว พระใหม่ได้จำวัดอยู่ ณ วัดป่ากกสะทอน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี และที่ วัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย โดยมีหลวงปู่ณรงค์ อาจาโร เมตตาเป็นพระอบรมสอน และอุปสรรคสำคัญในการจัดกิจจกรรมครั้งนี้คือ ค่าใช้จ่ายในโครงการเนื่อจาก กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน เป็นเพียงกลุ่มกิจกรรมอิสระ ได้รับงบประมาณน้อยมาก เพียงปีละ 20,000-40,000 บาท/ปี แต่ปรากฏว่า โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ที่ผ่านมานั้นซึ่งไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเลย กลับมีผู้ที่มีจิตศรัทธาปสาทะร่วมบริจาคเพื่อสบทบทุนเข้าโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ถึง 178,165 บาท ซึ้งยอดบริจาคทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายภายในโครการแล้วจะนำถวายวัดป่ากกสะทอนทั้งหมดปัจจุบันนี้ชมรมก็มีสมาชิกมาทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่าย และทางชมรมก็ได้มีพัฒนาการอย่างมากในปีการศึกษา 2552 และทางชมรมก็ได้มีการร่วมมือในการจัดกิจกรรม ฟังธรรม นั่งสมาธิ เดือนละครั้ง โดยนิมนต์ พ่อแม่ครูอาจารย์สายพระกรรมฐานจากทั่งประเทศ มาแสดงธรรม ณ หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่ง เป็นความร่วมมือกันอีกครั้งกับ รศ.ดร.สมดี หงส์ไพศาลวิวัฒน์ และทางคณะกรรมการชมรมปีการศึกษา 2552 ได้มีความคิดว่าชมรมได้ก่อตั้งมาก็หลายปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีค่ายที่ออกไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่เลย ดังนั้นจึงเกิดค่ายสมาธินอกสถานที่เป็นครั้งแรก ในปีการศึกษา 2552 หลังจากที่ได้มีการก่อตั้งชมรมมา ชื่อว่าค่าย “ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู” ณ วัดป่ากกสะทอน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี และที่ วัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย โดยมีหลวงปู่ณรงค์ อาจาโร เมตตาเป็นพระอบรมสอน โดยเป็นการถือศีล 8 ทานอาหารมื้อเดียว เป็นเวลา 7 วัน

ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นโครงการดังกล่าวนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการเกิดมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และมีความสนใจที่จะอุปสมบทเพื่อศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจัง ทำให้คณะทำงานได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2552 เช่นกัน หลักจากมีการก่อตั้งกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐานมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11 คน โดยบวชพระ 9 รูป บวชสามเณร 2 รูป โดยทำการบรรพชาอุปสมบท ณ วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี พระราชวราลังการ (สิงห์ อินทฺปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เมตตามาเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับประทานผ้าไตรจีวร และเครื่องอัฐบริขาร จากสมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งเป็นที่ทราบซึ้งแก่คณะทำงานอย่างยิ่ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบรรพชาอุปสมบทแล้ว พระใหม่ได้จำวัดอยู่ ณ วัดป่ากกสะทอน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี และที่ วัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย โดยมีหลวงปู่ณรงค์ อาจาโร เมตตาเป็นพระอบรมสอน และอุปสรรคสำคัญในการจัดกิจจกรรมครั้งนี้คือ ค่าใช้จ่ายในโครงการเนื่อจาก กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน เป็นเพียงกลุ่มกิจกรรมอิสระ ได้รับงบประมาณน้อยมาก เพียงปีละ 20,000-40,000 บาท/ปี แต่ปรากฏว่า โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ที่ผ่านมานั้นซึ่งไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเลย กลับมีผู้ที่มีจิตศรัทธาปสาทะร่วมบริจาคเพื่อสบทบทุนเข้าโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๑ ถึง 178,165 บาท ซึ้งยอดบริจาคทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายภายในโครการแล้วจะนำถวายวัดป่ากกสะทอนทั้งหมด

กว่าจะเป็นกลุ่มพุทธธรรม กรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นมาได้ บางครั้งต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แต่สิ่งที่พวกเราทุกคนต่อสู้ฝ่าฟันกันมานั้นมิได้สูญเปล่า เวลานี้ได้บังเกิดกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันยืนหยัดในหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นชมรมที่ดำเนินเจริญรอยตามแนวทางสายพระป่า ขอให้กุลบุตรและกุลธิดาผู้อยู่เบื้องหลัง จงช่วยกันสืบทอด และรักษาเจตนารมณ์อันนี้เอาไว้ให้คงมั่นสืบไป

บัดนี้กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประกาศชื่อให้เป็นที่รู้จัก ของชาวธรรมศาสตร์และประชาชนทั่วไปทุกหมู่เหล่าแล้ว ได้ปลุกบุคคลที่กำลัง หลับใหลให้ตื่นแล้ว ได้ประกาศหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของ มนุษย์และเทวดาทั้งหลายให้กึกก้องไปทั่วผืนฟ้าผืนปฐพีแล้ว

ขอบารมีแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และบารมีธรรมพ่อแม่ครูบาอาจารย์ จงปกป้องคุ้มครองรักษา กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้อยู่ยืนยงคู่กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปตลอดกาล และขอจงคุ้มครองบรรดากุลบุตรกุลธิดาแห่งกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกท่านทุกคนให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ให้เป็นผู้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ทุกท่านทุกคนตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ


ขอขอบคุณ ทุกความช่วยเหลือ จากทุกฝ่าย ที่ร่วมเป็นพลังในการ ก่อตั้ง กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน
ไม่ว่าจะเป็นวัดป่าภูริทัต และ ทีมงาน watpa.com
บัดนี้ กลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน กำลังดำเนินงาน เพื่อก่อตั้งเป็นชมรมให้ได้
เพื่อให้ได้งบ และมีสิทธิ์ มีเสียงในมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น
มีรูปวัดถ้ำพระภูวัวให้ดูมั้ย
มีรูปวัดถ้ำพระภูวัวให้ดูมั้ย จะกลับไปอีกมั้ย
ปีนี้จะมีการจัดธรรมสัญจร ไปที่วัดถ้ำพระสบาย ของหลวงปู่แว่นมั้ยค่ะ พี่อยากไปวัดถ้ำพระสบายค่ะ ยังไม่เคยไปเลย ที่จ.ลำปางค่ะ ปีนี้จะไปเหนือหรืออีสานคะ ไปเดือนไหนคะ วางแผนไว้บ้างรึยังคะ ช่วยแจ้งรายละเอียดในเมลพี่ให้ด้วยนะคะ
อริยะสัจจ์ ๔ ของจิต
จิต รู้เกิด-รู้ดับ เป็น สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์
ผลที่เกิดจากจิตที่รู้เกิด-รู้ดับ เป็น ทุกข์
จิต รู้ไม่เกิด-ไม่ดับเป็น มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ผลที่เกิดจากจิตที่รู้ไม่เกิด-ไม่ดับ เป็น นิโรธความดับทุกข์
อริยะสัจจ์ ๔ ล้วนแล้วแต่เป็นแค่อาการของจิตทั้งนั้น จิตที่พ้นจากอริสัจจ์ ๔ จึงไม่มีอาการของสมมติใดๆทั้งสิ้น การไปการมา การตั้งอยู่หรือการดับของจิตจึงไม่มี สิ่ง ต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของสมมติทั้งสิ้น ที่กล่าวกันว่าจิตที่พ้นจากสมมติแล้วเป็นจิตดับความรู้ก็ดับด้วยนั้น เป็นความรู้ความเห็นของนักปฏิบัติธรรมประเภทสุ่มเดาต่อให้ด้นเดาต่อไปอีกนับกัปป์ นับกัลป์ไม่ถ้วนก็ไม่มีโอกาสพบพระนิพพานของจริง ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเอาไว้ จิตที่พ้นจากอริยะสัจจ์ ๔ นั่นเองท่านให้ชื่อให้นามว่า พระนิพพาน ความจริงแล้วจะเรียกว่าอย่างไรก็ไม่มีปัญหาสำหรับจิตที่พ้นแล้วจากสมมติโดยประการทั้งปวง จิตเป็นอกาลิโกตลอดอนันตการท่านเรียกว่า จิต ที่เป็นวิสังขาร สังขารไม่อาจปรุ่งแต่งจิตนั้นได้อีกต่อไป สิ่งใดก็ตามขึ้นชื่อว่าสมมติย่อมตกอยู่ภายใต้กฏอะนิจจัง ทุกขัง อะนัตตา จิตที่อยู่ภายใต้ความเกิดและความดับจึงเป็นจิตที่อยู่กับสมมติของกิเลสดีๆนี่เอง จิตประเภทนี้ย่อมอยู่กับความเกิด-ความดับตลอดอนันตกาลเหมือนกัน เป็นจิตที่อยู่กับความเกิด-ความตายนั่นเอง แล้วจะเสกให้เป็นพระนิพพานได้ยังไง ? ผู้ที่ปัญญาเท่านั้นไม่ไว้วางใจกับจิตประเภทนี้ ยกเว้นพวกที่มีปัญญาอ่อนหรือปัญญาหน่อมแน้มไปหน่อยเท่านั้นเอง
suthee